คนของเรา

คนของเรา

“เป็นของเอกชน บริหารงานโดยมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละความสามารถ”

ททีมผู้ตรวจสอบและนักวิเคราะห์ที่ทำงานเต็มเวลาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทีมผู้บริหารที่แข็งแกร่ง มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในการคัด กรองก่อนการจ้างงาน, การตรวจสอบสถานะการตรวจสอบ, การตรวจสอบการฉ้อโกงการให้คำปรึกษาด้านกฎระเบียบและการฝึกอบรมการต่อต้านการปลอมแปลงการตรวจสอบการประกันภัย, การติดตามทรัพย์สินและติดตามบุคคลสูญหาย, อาชญากรรมปกขาว, นิติวิทยาศาสตร์ไอที ฯลฯ

ในการให้บริการลูกค้าองค์กร, ผู้ตรวจสอบและนักวิเคราะห์ของเราได้รับการฝึกอบรมและมีความพร้อม และมั่นใจว่าความสนใจของพวกเขายังคงมุ่งเน้น สิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถระบุบุคคลที่มีแนวโน้มว่าจะอยู่กับองค์กรมากที่สุดและส่งมอบผลงานในระดับสูงสุดในระยะยาว

พนักงานของเราส่วนมากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง, สาขาวิชาการจัดการ, อาชญวิทยา, และการบังคับใช้กฎหมาย

เรากำลังพัฒนาวิธีการนำบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาในองค์กรของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างตำแหน่งผู้นำในตลาดโดยตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบวนการสรรหาบุคลากรของเราได้รับการออกแบบให้ไม่เพียงแต่ระบุทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทัศนคติที่ถูกต้องด้วย นอกเหนือจากการสัมภาษณ์และการทดสอบต่างๆ แล้ว กระบวนการคัดกรองก่อนการจ้างงานอย่างละเอียดและครอบคลุมจะดำเนินการก่อนการจ้างงาน

บุคลากรของเรามาจากภูมิหลัง, ภูมิภาค, และประเทศที่แตกต่างกัน เนื่องจากการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทีมงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเพื่อมุ่งมั่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พนักงานของเราอาจได้รับมอบหมายให้ทำงานในพื้นที่ห่างไกล, ปฏิบัติงานข้ามพรมแดน, และทำงานเป็นกะทั้งสำหรับการสอบถามที่เปิดเผยและรอบคอบตามความต้องการของสถานการณ์

พนักงานของเราปฏิบัติตามมาตรฐานความซื่อสัตย์ที่กำหนดโดยจรรยาบรรณของเราอย่างเต็มที่ และแบ่งปันวิสัยทัศน์และพันธกิจของเรา ด้วยเหตุนี้, ธุรกิจจึงให้บริการด้วยความสามารถในระดับสูง, ความมุ่งมั่น, และความเหมาะสมทางวัฒนธรรมที่เหมาะสม

นโยบายโอกาสที่เท่าเทียมกัน

ผู้จัดการฝ่ายว่าจ้างจะได้รับการเตือนตลอดเวลาในระหว่างกระบวนการสรรหาว่าพวกเขาต้องใช้กระบวนการที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกันสำหรับผู้สมัครทุกคน พนักงานได้รับการเคารพและยกย่องในคุณค่า ทุกคนสามารถเข้าถึงการจ้างงานที่มีอยู่ได้อย่างเท่าเทียมกันโดยทำให้แน่ใจว่าสถานที่ทำงานปราศจากการเลือกปฏิบัติ, การคุกคาม, และพฤติกรรมที่ยุติธรรม พวกเขาควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่และดำเนินตามเส้นทางอาชีพที่ตนเลือก

การรักษาความลับและการใช้ดุลยพินิจ

เราปกป้องความลับของข้อมูลที่เราเข้าถึงได้ในการดำเนินธุรกิจของเรา, ตามกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อตกลงตามสัญญา ข้อมูลนี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผลิตภัณฑ์และธุรกิจ, ข้อมูลบุคลากรที่เป็นความลับ, ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าของเรา

ข่าวล่าสุด

thailand cannabis กัญชาใ
Articles

กฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย: ภาคธุรกิจมีความพร้อมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?

เคยสงสัยหรือไม่ว่าธุรกิจในประเทศไทยกำลังปรับตัวให้เข้ากับนโยบายกัญชาเสรี และภาคธุรกิจต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้อย่างไร? การริเริ่มนโยบายกัญชาเสรีในประเทศไทยถือเป็นความท้าทายใหม่ และถือเป็นผู้นำในปรับเปลี่ยนความผิดด้านอาชญากรรมเกี่ยวกับการครอบครองและการใช้กัญชาในอดีต ตลอดจนการกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น หากพบการกระทำผิด ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในเชิงธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ยังมีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ เพราะอะไรการตรวจสารเสพติดจึงมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับธุรกิจ?  ประเทศไทยซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแนวหน้าของการพยายามลดความผิดฐานอาชญากรรมของการใช้งานกัญชาในเอเชีย และกำลังอยู่ในช่วงที่อาจเกิดความพลิกผลันด้านกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการถึงการเป็นผู้นำร่องในเอเชียที่มีการยกเลิกโทษฐานทางอาญาของการใช้กัญชาในวัตถุประสงค์เพื่อการผ่อนคลายส่วนบุคคล ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอัตราการเกิดอาชญากรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้จากภาษีรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเลือกตั้งและได้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในประเทศไทย ได้มีการส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การใช้กัญชาให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยมุ่งเน้นที่การอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเพียงข้อกำหนดที่ถูกคาดการณ์ไว้ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการประเมินแนวทางปฏิบัติในการออกกฎระเบียบใหม่ของการจ้างงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสารเสพติดอย่างละเอียดในผู้ที่มีโอกาสถูกว่าจ้างเข้ามาเป็นพนักงานของบริษัท  กระทรวงสาธารณสุขยังได้นำเสนอกฎหมายใหม่ โดยมีการเพิ่มค่าปรับเป็นจำนวนตัวเลขที่สูงขึ้น และโทษจำคุกที่อาจเกิดขึ้น หากบุคคลนั้นถูกจับกุมในข้อหาใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง สิ่งนี้ทำให้นายจ้าง หรือบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นในการตรวจสอบพนักงานของบริษัท เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มบทลงโทษตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

เพราะอะไรการตรวจหาสารเสพติดจึงมีความสำคัญ

การใช้เกณฑ์การตรวจสอบสารเสพติดแบบครอบคลุมกลายเป็นมาตรการเชิงรุกในหลายบริษัทเพื่อปกป้องธุรกิจจากภาวะแทรกซ้อนทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อกำชับให้พนักงานปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งอาจทำได้ในหลายช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบก่อนการจ้างงาน หรือภายหลังการถูกว่าจ้างแล้ว เพื่อให้อยู่ในกฎเกณฑ์ของการปฏิบัติงาน บริษัทอาจมีการบริหารขั้นตอนการตรวจสารเสพติดเป็นหนึ่งในสวัสดิการการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจประจำไตรมาส หรือตามกำหนดดังที่ฝ่ายบริหารเห็นแก่สมควร การดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าวยังช่วยให้ประกันสุขภาพที่ทางบริษัทจัดทำให้ลูกจ้าง ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและเป็นไปตามข้อกำหนดของทางบริษัทประกันมากขึ้น นอกเหนือจากการพิจารณาทางกฎหมายแล้ว ความปลอดภัยในสถานที่ทำงานยังเป็นข้อกังวลหลักที่ช่วยผลักดันความจำเป็นในการตรวจสารเสพติด ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกล  อุตสาหกรรมการขนส่ง หรืออุตสหกรรมที่มีการใช้ความละเอียดอ่อนสูง...

japan whistleblowing ระบบการแจ้
Articles

เจาะลึกระบบการแจ้งเบาะแสยุคใหม่ในประเทศญี่ปุ่น: สุดยอคู่มือแห่งยุคสมัย!

ในเดือนมิถุนายนปี 2022 ประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อระบบการดำเนินงานภายในองค์กร โดยได้มีการเพิ่มข้อกำหนดด้านระเบียบการเกี่ยวกับ กฎหมายการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Protection Act -WPA) กฎระเบียบใหม่เหล่านี้กำหนดให้มีการจัดตั้งระบบการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดภายในบริษัท โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องพนักงานที่รายงานการกระทำผิด การทุจริต และการละเมิดกฎหมายอื่นๆที่กำหนด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการก่อตั้ง และยกระดับความซื่อสัตย์ภายในองค์กรของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงธุรกิจของญี่ปุ่นที่ดำเนินกิจการในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทของญี่ปุ่นในประเทศไทย

ข้อบังคับกฎหมายเพื่อการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

ข้อสำคัญของกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส  (WPA) ที่ได้รับการปรับปรุงคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญของความซื่อสัตย์ และให้อำนาจแก่พนักงานในการรายงานการกระทำผิดโดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกตำหนิ หรือกังวลถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ที่สืบเนื่องจากการแจ้งเบาะแส และยังกำหนดให้บริษัทที่มีจำนวนพนักงานมากกว่า 300 คนขึ้นไป มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบการแจ้งเบาะแสภายในในองค์กร และในขณะเดียวกันการใช้ระบบการแจ้งเบาะแสยังคงถูกแนะนำในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสอีกด้วย นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อการสร้างความโปร่งใสภายในองค์กรและการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยการบังคับให้บริษัทต่างๆ สร้างระบบการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดภายในองค์กร โดยข้อกำหนดนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการ แต่ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและยังส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยให้การปรับใช้ระบบแจ้งเบาะแสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในธุรกิจต่างๆ ทางสำนักงานกิจการผู้บริโภค (Consumer Affairs Agency - CAA) ได้ออกแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุม โดยได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคลากรผู้รับผิดชอบการรับเรื่องรายงาน การจัดตั้งระบบภายใน การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และรับรองกระบวนการทำงานของกลไกระบบการแจ้งเบาะแส ในขณะเดียวกันยังได้มีการกำหนดขอบเขตการปฏิบัติตามกฎระเบียบและให้มีความยืดหยุ่นของระบบ เพื่อให้เป็นที่รับทราบว่าระบบการแจ้งเบาะแสอาจมีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยขององค์กรและความคาดหวังทางสังคมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

ผลกระทบต่อธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีรากฐานธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก โดยมีการแลกเปลี่ยนรูปแบบทวิภาคีในเชิงธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น การดำเนินการตามกฎระเบียบการแจ้งเบาะแสของประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบกับบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดตั้งกลไกของระบบการแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิภาพภายในบริษัทที่อยู่ใต้เครือข่ายการบริหารธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นและมีบริษัทสาขาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งบุคลากร...

pdpa thailand
Articles

แนวทางปฏิบัติในการป้องกันข้อมูล: ผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมาย PDPA เพิ่มเติมที่มีต่อบุคคลและธุรกิจในประเทศไทย

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act หรือ PDPA) จึงถือกำเนิดขึ้นและมีผลบังคบใช้ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 PDPA เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลและปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล

ผลกระทบของ PDPA ต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและธุรกิจ

PDPA ไม่ได้กำหนดเพียงมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น แต่มีบทบัญญัติที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและแนวทางปฏิบัติในการจัดการข้อมูลดังกล่าวอีกด้วย  ภายใต้ PDPA เจ้าของข้อมูลมีอำนาจควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองมากขึ้น ตั้งแต่ข้อมูลขั้นพื้นฐานไปจนถึงข้อมูลละเอียดอ่อนที่สามารถระบุถึงตัวตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น บันทึกทางการแพทย์ ศาสนา และประวัติอาชญากรรม ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีมาตรการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้นตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล โดยจำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษ์อักษร (Consent Letter) จากเจ้าของข้อมูลก่อนกระทำการรวบรวม จัดเก็บ เผยแพร่ หรือกำจัดข้อมูลใด ๆ จดหมายยินยอมนี้ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและแสดงถึงความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อข้อมูลเหล่านั้น นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ต้องจัดทำนโยบายการปกป้องข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการดำเนินงานของบริษัท นโยบายเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นกรอบการทำงานเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA โดยเน้นที่การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล การตรวจสอบ และความพร้อมในการตรวจสอบรายงานตามข้อกำหนด  สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data...