การสอบสวนการประกันภัย

Insurance Investigation

« ไม่ยอมรับการเคลมประกันที่ฉ้อฉล »

Underwriting investigations

เพื่อป้องกันและลดการเคลมประกันที่ฉ้อฉล อินเทกริตี้ ประเทศไทย ให้บริการในการตรวจสอบ ที่ปรึกษาของเราจะออกแบบโปรแกรมการรับประกันภัยสำหรับลูกค้าของเรา ตามขอบเขตงานที่ตกลงกันไว้ ผู้ตรวจสอบของเราจะดำเนินการตรวจสอบและรับหลักฐานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพิจารณารับประกันภัย อินทิกริตี้ ประเทศไทย ให้บริการตรวจสอบการเรียกร้องสินไหมแก่บริษัทประกันภัยเพื่อ

Claim investigations

รวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและหลักฐานที่จำเป็นในการยอมรับหรือปฏิเสธการเรียกร้องสินไหมที่เกี่ยวข้องกับการประกันชีวิต, สุขภาพ, และประกันวินาศ

ผู้ตรวจสอบของเราดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้:

01

สัมภาษณ์ตัวแทนละแวกบ้านและเพื่อนบ้าน

02

สัมภาษณ์นายจ้าง

03

ค้นหาไดเร็กทอรี (ไดเร็กทอรีโทรศัพท์, ไดเร็กทอรีออนไลน์, ฐานข้อมูลต่างๆ)

04

ตรวจสอบสื่อเฉพาะ (อินเทอร์เน็ตและหนังสือพิมพ์, ข่าวมรณกรรมต่างๆ ฯลฯ)

05

สัมภาษณ์ผู้ป่วย, ครอบครัว, หรือเพื่อนของผู้ป่วย

06

ค้นหาพยาน

07

ขอข้อมูลเวชระเบียน

08

การบันทึกข้อความ (เขียนด้วยลายมือ, แถลงการณ์ที่มีลายเซ็น, บันทึกเทป)

09

การรวบรวมหลักฐานภาพถ่าย

10

การเฝ้าระวังและการตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ

11

การยืนยันกับสถาบันหรือองค์กรในระดับชาติหรือระดับภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานสาธารณสุข, ตำรวจ, โรงพยาบาล, คลินิก ห้องปฏิบัติการ, แพทย์, สัปเหร่อ, สถานเก็บศพ, และหรือฌาปนสถาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

pdpa thailand
Articles

แนวทางปฏิบัติในการป้องกันข้อมูล: ผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมาย PDPA เพิ่มเติมที่มีต่อบุคคลและธุรกิจในประเทศไทย

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act หรือ PDPA) จึงถือกำเนิดขึ้นและมีผลบังคบใช้ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 PDPA เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลและปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล ผลกระทบของ PDPA ต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและธุรกิจ PDPA ไม่ได้กำหนดเพียงมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น แต่มีบทบัญญัติที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและแนวทางปฏิบัติในการจัดการข้อมูลดังกล่าวอีกด้วย  ภายใต้ PDPA เจ้าของข้อมูลมีอำนาจควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองมากขึ้น ตั้งแต่ข้อมูลขั้นพื้นฐานไปจนถึงข้อมูลละเอียดอ่อนที่สามารถระบุถึงตัวตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น บันทึกทางการแพทย์ ศาสนา และประวัติอาชญากรรม ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีมาตรการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้นตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล โดยจำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษ์อักษร (Consent Letter) จากเจ้าของข้อมูลก่อนกระทำการรวบรวม จัดเก็บ เผยแพร่ หรือกำจัดข้อมูลใด ๆ จดหมายยินยอมนี้ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและแสดงถึงความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อข้อมูลเหล่านั้น นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ต้องจัดทำนโยบายการปกป้องข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการดำเนินงานของบริษัท นโยบายเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นกรอบการทำงานเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA โดยเน้นที่การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล การตรวจสอบ และความพร้อมในการตรวจสอบรายงานตามข้อกำหนด  สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data...

media search การค้นหาประวัติผ่านสื่อ
Articles

เมื่อการค้นหาผ่านสื่อเผยประวัติอาชญากรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง CV ของผู้สมัครงาน

ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้สมัครถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในโลกแห่งการจ้างงานยุคปัจจุบันเนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ต้องการความมั่นใจว่าพวกเขากำลังจ้างบุคคลที่น่าเชื่อถือและมีประวัติที่ดี CV คือประวัติโดยย่อ เป็นเอกสารสำคัญที่มีเนื้อหาข้อมูลของผู้สมัคร ในด้านประสบการณ์การทำงาน ทักษะ และการศึกษา อย่างไรก็ตาม จะเกิดอะไรขึ้นหากเบื้องหลัง CV ที่โดดเด่นนั้นมีประวัติอาชญากรรมที่นายจ้างพึงระวังแอบแฝงอยู่? การค้นหาผ่านสื่อ: การเจาะลึกข้อมูลดิจิทัล ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกล ผู้คนจำนวนมากมักทิ้งร่องรอยทางดิจิทัล หรือ digital footprints ในอดีตผ่านกิจกรรมบนสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น การโพสต์ การโต้ตอบ การแสดงความคิดเห็น หรือแม้แต่ข่าวที่เกี่ยวกับตัวพวกเขาเอง บทความในบล็อก รวมถึงข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ ซึ่งนายจ้างสามารถใช้ข้อมูลกิจกรรมเหล่านี้เพื่อพิจารณาการจ้างงาน การค้นหาประวัติผ่านสื่อสามารถช่วยเปิดเผยประวัติอาชญากรรมได้อย่างไร การค้นหาประวัติผ่านสื่อ ช่วยให้นายจ้างตรวจสอบผู้สมัครในเชิงลึกกว่าการตรวจสอบแบบดั้งเดิม โดยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ จากนั้นจึงวิเคราะห์และจัดเรียงข้อมูลอย่างครอบคลุม เพื่อให้ภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับประวัติของผู้สมัครงาน ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างการค้นหาประวัติผ่านสื่อ อาจค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจของผู้สมัครงาน เช่น ข่าวสาธารณะเกี่ยวกับคดีอาญา ในกรณีดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อยืนยันความเกี่ยวข้องกับผู้สมัครงาน นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบสถานะของผู้สมัครงานในคดีนั้น ๆ ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย โจทก์ จำเลย หรือพยาน ในบางกรณี การค้นหาประวัติผ่านสื่ออาจเผยให้เห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงาน เช่น บันทึกของคดีโจรกรรม เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมโดยค้นหาผ่านข้อมูลของศาล กระบวนการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันว่าผู้สมัครงานมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น ผลลัพธ์สุดท้ายของคดีคืออะไร...

whistleblowing system ระบบการแจ้งเบาะแส
Articles

ระบบการแจ้งเบาะแส และคำสั่งการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของสหภาพยุโรป: หลักเกณฑ์สำคัญในการแจ้งเบาะแส 3 ประการ

ระบบแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับและเปิดเผยกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการทุจริตและการฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม บริษัทจำเป็นจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพสูงสุดของระบบการแจ้ง การสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ การรักษาความลับ และการเข้าถึงระบบการรายงานได้ง่าย เป็นปัจจัยหลักของระบบการแจ้งเบาะแส ที่ทราบกันโดยทั่วไป ซึ่งนอกจากปัจจัยทั้งสามนี้แล้ว องค์กรยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการรายงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสั่งระบบการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของสหภาพยุโรป ซึ่งมีการกำหนดบทบัญญัติต่าง ๆ ที่รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อสร้างระบบการคุ้มครองพื้นฐานแก่ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ให้ข้อมูล และสนับสนุนให้บุคคลร่วมรายงานซึ่งรวมถึงการล่วงละเมิด ความรุนแรง และการประพฤติมิชอบ ซึ่งบทบัญญัติเหล่านี้ได้แก่: การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงช่องทางการรายงาน ทั้งในรูปแบบวาจาและแบบลายลักษณ์อักษร องค์กรจำเป็นต้องสร้างช่องทางที่หลากหลายในการรายงานเพื่อให้ผู้แจ้งเบาะแส สามารถส่งรายงานได้ทั้งทางวาจา ลายลักษณ์อักษร หรือทั้งสองรูปแบบ หนึ่งในตัวเลือกที่เป็นที่นิยมสูงสุดในการแจ้งเบาะแสคือ การแจ้งผ่านช่องทางโทรศัพท์สายด่วน ที่จัดทำขึ้นเพื่อการแจ้งเบาะแสโดยเฉพาะระบบการรายงานออนไลน์บนเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่น ๆ ได้แก่ SMS ไปรษณีย์ และระบบแชตออนไลน์ นอกจากนี้ช่องทางเหล่านี้แล้ว ระบบจะต้องเข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น ระบบมีการผสมผสานการรายงานได้หลากหลายภาษา สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยและการเก็บรักษาความลับตัวตนของผู้ที่ที่เกี่ยวข้อง หากองค์กรใช้บริการจากบุคคลที่สามเพื่อจัดการให้มีระบบการแจ้งเบาะแสจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลที่สามมีความสามารถในการสนับสนุนการรายงานแบบไม่ระบุตัวตนโดยจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสอบสวน การประมวลผลข้อมูลภายใต้ GDPR (General Data Protection Regulation) ระบบแจ้งเบาะแสจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า นโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการเก็บรักษาข้อมูล เป็นไปตามระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป...