เจาะลึกระบบการแจ้งเบาะแสยุคใหม่ในประเทศญี่ปุ่น: สุดยอคู่มือแห่งยุคสมัย!

japan whistleblowing ระบบการแจ้

เจาะลึกระบบการแจ้งเบาะแสยุคใหม่ในประเทศญี่ปุ่น: สุดยอคู่มือแห่งยุคสมัย!

japan whistleblowing ระบบการแจ้ในเดือนมิถุนายนปี 2022 ประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อระบบการดำเนินงานภายในองค์กร โดยได้มีการเพิ่มข้อกำหนดด้านระเบียบการเกี่ยวกับ กฎหมายการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Protection Act –WPA) กฎระเบียบใหม่เหล่านี้กำหนดให้มีการจัดตั้งระบบการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดภายในบริษัท โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องพนักงานที่รายงานการกระทำผิด การทุจริต และการละเมิดกฎหมายอื่นๆที่กำหนด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการก่อตั้ง และยกระดับความซื่อสัตย์ภายในองค์กรของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงธุรกิจของญี่ปุ่นที่ดำเนินกิจการในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทของญี่ปุ่นในประเทศไทย

ข้อบังคับกฎหมายเพื่อการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

ข้อสำคัญของกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส  (WPA) ที่ได้รับการปรับปรุงคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญของความซื่อสัตย์ และให้อำนาจแก่พนักงานในการรายงานการกระทำผิดโดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกตำหนิ หรือกังวลถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ที่สืบเนื่องจากการแจ้งเบาะแส และยังกำหนดให้บริษัทที่มีจำนวนพนักงานมากกว่า 300 คนขึ้นไป มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบการแจ้งเบาะแสภายในในองค์กร และในขณะเดียวกันการใช้ระบบการแจ้งเบาะแสยังคงถูกแนะนำในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสอีกด้วย

นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อการสร้างความโปร่งใสภายในองค์กรและการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยการบังคับให้บริษัทต่างๆ สร้างระบบการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดภายในองค์กร โดยข้อกำหนดนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการ แต่ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและยังส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อช่วยให้การปรับใช้ระบบแจ้งเบาะแสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในธุรกิจต่างๆ ทางสำนักงานกิจการผู้บริโภค (Consumer Affairs Agency – CAA) ได้ออกแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุม โดยได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคลากรผู้รับผิดชอบการรับเรื่องรายงาน การจัดตั้งระบบภายใน การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และรับรองกระบวนการทำงานของกลไกระบบการแจ้งเบาะแส ในขณะเดียวกันยังได้มีการกำหนดขอบเขตการปฏิบัติตามกฎระเบียบและให้มีความยืดหยุ่นของระบบ เพื่อให้เป็นที่รับทราบว่าระบบการแจ้งเบาะแสอาจมีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยขององค์กรและความคาดหวังทางสังคมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

ผลกระทบต่อธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีรากฐานธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก โดยมีการแลกเปลี่ยนรูปแบบทวิภาคีในเชิงธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น การดำเนินการตามกฎระเบียบการแจ้งเบาะแสของประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบกับบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดตั้งกลไกของระบบการแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิภาพภายในบริษัทที่อยู่ใต้เครือข่ายการบริหารธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นและมีบริษัทสาขาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งบุคลากร การสร้างระบบภายใน และแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ทางสำนักงานกิจการผู้บริโภค (CAA) กำหนดไว้

นอกจากนี้ ธุรกิจของญี่ปุ่นในประเทศไทยยังต้องรับมือกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศอยู่ในระบบรายงานการแจ้งเบาะแส ซึ่งมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Protection of Personal Information – APPI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และข้อจำกัดในการถ่ายโอนข้อมูลไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งถือเป็นปกติของบริษัทข้ามชาติที่จะต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน ระหว่างบริษัทสำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นและบริษัทสาขาในประเทศไทย ดังนั้นการดำเนินการจึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามข้อกำหนด และในขณะเดียวกันก็ยังคงอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นระหว่างสำนักงานของบริษัททั้งสองประเทศ

ความเชื่อมั่นในการคุ้มครองข้อมูลด้วยระบบ Canary Whistleblowing System จาก Integrity Asia

ระบบการแจ้งเบาะแส Canary Whistleblowing System (WBS) จาก Integrity Asia มอบแนวทางการปฏิบัติงานที่ราบรื่นสำหรับบริษัท และช่วยส่งเสริมการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่มีการประกาศเพิ่มเติมข้างต้น ทั้งยังเป็นเว็บแอปพลิเคชั่นแบบศูนย์รวมที่มีช่องทางการรายงานที่หลากหลาย ใช้งานได้ง่ายไม่มีความซับซ้อน โดยพนักงานและลูกค้าสามารถเข้าถึงระบบการรายงานได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับปกป้องข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้แจ้งเบาะแสในรูปแบบผู้ใช้งานนิรนาม จึงช่วยส่งเสริมบรรยากาศการทำงาน และสร้างความไว้วางใจต่อความโปร่งใสภายในองค์กร

การใช้งานระบบการแจ้งเบาะแสไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงทางกฎหมายของบริษัทในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานของบริษัททั่วโลก โดยหลักปฏิบัตินี้ยังมีส่วนช่วยในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน มอบความไว้วางใจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือนักลงทุน และยังเป็นตัวชี้วัดถึงตำแหน่งรากฐานขององค์กรสู่การเป็นผู้นำในด้านความซื่อสัตย์สุจริต มีการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามหลักธรรมมาภิบาลอีกด้วย

บริษัทของท่านมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดเพิ่มเติมเหล่านี้หรือไม่? องค์กรของท่านมีความพร้อมต่อการก้าวเข้าสู่การปฏิบัติกฎระเบียบใหม่ของประเทศญี่ปุ่น และมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์แล้วหรือยัง? หากท่านต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติเหล่านี้ กรุณาติดต่อเราเพื่อส่งข้อมูลและรับคำปรึกษาโดยตรงผ่านช่องทางอีเมลล์ info@integrity-thailand.com หรือกรอกข้อมูลได้ที่แบบฟอร์ม ติดต่อเรา

Share this post: